เรื่องเล่าแห่งความประทับใจวอลเลย์บอลสาวไทย
ความสำเร็จที่ได้มาจากความสามารถล้วนๆ
กีฬาขวัญใจชาวไทยฮิตสุดๆ ในยุคก่อน มีแค่มวยและฟุตบอล มาถึงยุคนี้เป็นที่น่ายินดีอย่างมากที่กีฬาวอลเล่ย์บอลสาวไทยได้กลายเป็นกีฬายอดฮิต ได้รับเสียงกรี๊ดจากกองเชียร์ทั่วประเทศมากที่สุด สิ่งสำคัญที่ทำให้นักกีฬาวอลเลย์บอลสาวไทยเป็นขวัญใจของกองเชียร์ก็คือความสามารถการเล่นที่ไม่เป็นรองใคร ที่สำคัญที่สุดก็คือ การมีหัวใจนักสู้ สู้จนถึงที่สุดจริงๆ บ่อยครั้งที่ถูกนำไปก่อน 2 เซ็ต กองเชียร์ใจระทึกมาก แต่นักกีฬาทุกคนใจนิ่งมากๆ หลายครั้งที่สามารถกลับมาเอาชนะได้ในที่สุด เรียกว่าเชียร์แล้วไม่เคยผิดหวัง มีลุ้นอยู่เสมอ และไม่ว่าผลการแข่งขันจะแพ้หรือชนะ นักกีฬาสาววอลเลย์บอลก็ได้หัวใจคนไทยไปครอง เพราะทุกคนสู้สมศักดิ์ศรีจนถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ
O
หากเราย้อนประวัตินักกีฬาสาวแต่ละคน เราจะพบว่าแต่ละคนมาจากครอบครัวที่ฐานะปานกลางส่วนใหญ่จะค่อนข้างไปทางยากจน จากการให้สัมภาษณ์สื่อของหลายๆ คน ส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจมาเป็นนักกีฬา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีหน่วยก้านดี มีพรสวรรค์ในการเ่ล่นวอลเลย์บอล และสาเหตุที่จูงใจมากที่สุดก็คือทุกคนจะได้เรียนฟรีถึงระดับปริญญา มีงานทำและมีเงินเดือนที่แน่นอน ข้อเสนอเหล่านี้เองเป็นส่วนผลักดันอย่างสูงที่ทำให้ทุกคนอยากก้าวเข้ามาเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอล แต่กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นนักกีฬาทีมชาติได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยแม้แต่น้อย ทุกคนล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ต้องเรียกว่าหนักจนแทบทนไม่ไหว ทุกคนต้องจากบ้านและครอบครัวมากินนอนและฝึกฝนซ้อมด้วยกัน นอกจากแต่ละคนจะคิดถึงบ้านแล้ว ยังต้องซ้อมหนักชนิดต้องเรียกว่าน้ำตาตกกันเลยทีเดียว หลายครั้งทำให้อยากตัดสินใจเลิกเล่นแล้วกลับบ้าน แต่เมื่อโทรไปหาแม่ก็ได้รับคำปลอบประโลมใจ แล้วก็หันกลับมาพยายามฝึกซ้อมอย่างอดทนจนผ่านพ้นมาได้ในที่สุด
ทัดดาว นึกแจ้ง สาวสวยผู้แจ้งเกิดในสนามแข่งขันด้วยความสูง 183 เซนติเมตร เป็นทั้งตัวบล็อคและตัวตบบอลเร็วทำคะแนนสวยๆ ได้อย่างน่าประทับใจคนดู ทัดดาวเป็นชาวร้อยเอ็ด เมื่อรายการทีวีรายการหนึ่งพาทัดดาวกลับไปเยี่ยมบ้าน แม่ของทัดดาวถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นหน้าลูก และบอกกับรายการว่าคิดถึงลูกสาวมากเหลือเกิน ปีหนึ่งแทบไม่มีเวลาเจอกันเลยเพราะต้องฝึกหนักมาก ทัดดาวต้องออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 17 ปี
พรพรรณ เกิดปราชญ์ มือเซ็ตผู้มีอนาคตไกลไม่แพ้นุศรา พรพรรณเป็นชาวจังหวัดนครพนม พรพรรณมีเรื่องเล่าที่น่าประทับใจอย่างมาก เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า แม่ของพรพรรณต้องเข้ามาขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินส่งเธอเรียนหนังสือ ชีวิตที่ผ่านความลำบากทำให้เธอมีความอดทนและมีความพยายามไม่แพ้ใครในทีม
ส่วนคนอื่นๆ ก็ล้วนมีเรื่องราวน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นกัปตันกิ๊ฟ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ที่ส่งเงินให้แม่ จนปัจจุบันครอบครัวมีชีวิตที่สบายขึ้นมาก ทุกครั้งที่ลูกสาวลงแข่ง แม่บอกว่าจะตื่นเต้นมาก คอยเชียร์ลูกหน้าจอตลอด คนทีทำคะแนนจากลูกตบยากๆ ต้องยกให้ ปู มลิกา กันทอง มลิกาค่อยๆ ส่งเงินให้แม่จนแม่สามารถมีเงินซื้อที่นาไว้ทำกินได้อย่างที่ฝันไว้ และมือตบหนักขวัญใจแฟนวอลเลย์บอลอีกคนคือ น้องอร อรอุมา สิทธิรักษ์ ชาวสุราษฏร์ธานี ก็เป็นลูกกตัญญููไม่แพ้ใคร น้องอรส่งเงินให้แม่จนแม่สามารถปลูกบ้านได้สำเร็จ คนที่ความจนไม่เป็นรองใครคือ วรรณา บัวแก้ว ตำแหน่งลิเบอโร ตัวรับอิสระที่ต้องบอกว่าวรรณารับลูกได้เหนียวหนึบเก่งกาจมาก วรรณา มีชื่อเรียกเล่นๆ ในหมู่แฟนคลับว่า "ยายนา" เป็นคนจังหวัดสระแก้ว ที่บ้านฐานะยากจน วรรณาบอกกับแม่ว่าถ้าได้เป็นนักกีฬาเมื่อไร แม่จะต้องสบายแน่ๆ แล้วสุดท้ายครอบครัวก็สบายขึ้นจริงๆ ด้วยความสามารถและน้ำพักน้ำแรงของเธอที่ส่งเงินให้แม่มาโดยตลอด
เราคงไม่ต้องเล่าเรื่องของ นิ้งหน่อง ปลื้มจิตร์ ถินขาว หรือ นุศรา ต้อนคำ ทั้งสองสาวส่งเสียดูแลครอบครัวอย่างดีอยู่แล้ว นอกจากสองสาวจะเป็นที่รักของครอบครัวแล้วยังเป็นที่รักของแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยมากที่สุด
ที่เล่ามาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่าการได้เชียร์ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยเป็นความสุขและความภูมิใจของกองเชียร์ชาวไทยมากที่สุด
มาเชียร์วอลเล่ย์บอลสาวไทยกันดีกว่า
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559
สำรวจ 10 อาชีพเงินเดือนสูงปรี๊ดปี 2016
ช่วงนี้เป็นช่วงสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ใครๆ ก็อยากเรียนคณะดีๆ จบแล้วมีงานทำ ยิ่งงานที่ทำมีเงินเดือนสูงมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ ก็ยิ่งน่าสนใจ เรามาส่องดู 10 อาชีพเงินเดือนสูงและมีโอกาสก้าวหน้าในปี 2016 นี้กันดีกว่า
http://www.thairath.co.th/content/503463
http://www.thairath.co.th/content/503463
วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
ประกวดงานเขียนเทิดพระคุณของแม่ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย หมดเขต 10 มิ.ย. 59 นี้
มีฝีมือการเขียนอย่างเก็บไว้
ส่งไปประกวดงานเขียน "เทิดพระคุณของแม่" ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กันดีกว่า
ข่าวดีมาอีกแล้ว สำหรับคนชอบเขียน !!
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดงานเขียนเทิดพระคุณของแม่ ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร
ประเภทการประกวด
1. การประกวดเรียงความ ประเภทนักเรียนระดับประถมศึกษา เรื่อง “รักใดไหนเล่าเท่าแม่รัก”
1. การประกวดเรียงความ ประเภทนักเรียนระดับประถมศึกษา เรื่อง “รักใดไหนเล่าเท่าแม่รัก”
- กำหนดให้เขียนเป็นเรียงความ ความยาว 1-2 หน้ากระดาษ A4 เขียนด้วยลายมือตัวบรรจง ไม่เว้นบรรทัด หรือพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 16-18 พอยท์
- ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด ได้แก่ ผู้กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา โดยสามารถส่ง เรียงความเข้าประกวดได้คนละ 1 ผลงานเท่านั้น ทั้งนี้ขอให้แจ้งชื่อ - นามสกุลจริง สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุชั้นเรียน โรงเรียน และสถานที่ตั้งโรงเรียนให้ชัดเจน
2. การประกวดบทกลอน ประเภทนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เรื่อง “84 พระพรรษาประชาปีติ”
- กำหนดให้เขียนเป็นกลอนแปด ความยาว 6 บท เขียนด้วยลายมือตัวบรรจง หรือพิมพ์ ด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 16-18 พอยท์
- ผู้มีสิทธิส่งผลงานการประกวด ได้แก่ ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยสามารถส่งบทกลอนเข้าประกวดได้คนละ 1 สำนวนเท่านั้น ทั้งนี้ขอให้แจ้ง ชื่อ - นามสุกลจริง สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบุชั้นเรียน โรงเรียน และสถานที่ตั้งโรงเรียนให้ชัดเจน
3. การประกวดเรื่องสั้นระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป
- กำหนดให้ผู้เขียนตั้งชื่อเรื่องเองตามความเหมาะสม โดยเนื้อหาและเป้าหมายของเรื่องสั้น ต้องเป็นไปในทางสร้างสรรค์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แม่ของแผ่นดิน และสะท้อนบทบาทความดีงามของแม่ที่มีต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ หรือสะท้อนบทบาทการปฏิบัติตน อันดีงามของลูกที่มีต่อแม่ ความยาว 3-5 หน้ากระดาษ A4 เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงไม่เว้นบรรทัด หรือพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 16-18 พอยท์
- ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด ได้แก่ ผู้ที่ศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ไม่กำหนดวัยวุฒิและคุณวุฒิ โดยสามารถส่งเรื่องสั้นเข้าประกวดได้คนละ 1 เรื่องเท่านั้น ทั้งนี้ขอให้แจ้งชื่อ - นามสุกลจริง สถานที่ติดต่อและหมายเลขโทรศัพท์ให้ชัดเจน
กำหนดระยะเวลา
- ส่งผลงานภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2559
- ประกาศผลการตัดสินภายใน วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ผ่านทางเว็บไซต์ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (www.ncswt.or.th)
- รับรางวัลในพิธีเปิดงานวันแม่แห่งชาติ วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2559 ณ อาคารใหม่สวนอัมพร
รางวัลการประกวด
- การประกวดเรียงความ ประเภทนักเรียนระดับประถมศึกษา
- รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 6,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลชมเชย จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
- การประกวดบทกลอน ประเภทนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
- รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 12,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลชมเชย จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1,500 บาท พร้อมเกียรติบัตร
- การประกวดเรื่องสั้นระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป
- รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
- รางวัลชมเชย จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
ติดต่อสอบถาม
คุณกัญญารัตน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
- สภาสังคมสงเคราะห์ฯ สำนักส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ
- โทรศัพท์ 0-2241-2841, 0-2241-5125,
- E-mail : infogit@ncswt.or.th
รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่นี่จ้า http://contestwar.com/contest/12100
ขอให้โชคดีกันทุกคน
วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559
ส่งเรื่องสั้นและบทกวีประกวดรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2559 กันได้แล้ว
สำหรับท่านที่ชอบเขียนเรื่องสั้นและบทกวี งานประกวดดีๆ มาแล้วจ้า!
งานปรกะกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2559
หมดเขต 29 เมษายนนี้ มีเวลาเดือนกว่าๆ สนใจอ่านรายละเอียดกันได้เลย
ประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2559
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญผู้สนใจ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2559 ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท พร้อมโล่เรางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตร
คุณสมบัติ
1. ประชาชนทั่วไป
2. ผู้เขียนยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ส่งผลงาน
1. ประชาชนทั่วไป
2. ผู้เขียนยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ส่งผลงาน
ประเภทผลงาน
1. ประเภทบทกวี
2. ประเภทเรื่องสั้น
1. ประเภทบทกวี
2. ประเภทเรื่องสั้น
กำหนดระยะเวลา
- ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ - 29 เมษายน 2559 (ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์จะถือวันประทับตราส่งไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
- ประกาศรายชื่อผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การตัดสินรอบสุดท้าย (Shortlist) กรกฎาคม 2559
- ประกาศผลการตัดสิน กรกฎาคม 2559
- มอบรางวัล สิงหาคม 2559
ติดต่อสอบถาม
- กลุ่มงานเผยแพร่ประชาธิปไตยและกิจกรรมสภาผู้แทนราษฎร
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 - โทรศัพท์ 0 2244 2515 – 6 หรือ 0 2244 2522
- www.facebook.com/phan.waenfah
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.contestwar.com
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
นิตยสารสกุลไทยประกวดนิยายขนาดสั้น หมดเขต 30 เมษายน 2559
นิตยสารสกลุไทยประกวดนิยายขนาดสั้น
ข่าวดีสำหรับใครที่ชอบเขียนนิยาย
มาส่งเรื่องเข้าประกวดกันดีกว่า
ข่าวแจ้งว่า นิตยสารสกุลไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดนวนิยายขนาดสั้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีไทย ในโครงการ “เที่ยว เขียน ไทย” ชิงเงินรางวัล พร้อมตั๋วเครื่องบิน และที่พัก
วัตถุประสงค์ของการประกวดก็เพื่อ
หานักเขียนหน้าใหม่ของงานเขียนนวนิยายขนาดสั้น
เพื่อให้ผลงานวรรณกรรมมีฉากในประเทศไทย และเป็นการช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในประเทศโดยผ่านงานวรรณกรรม
ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องมีคุณสมบัติ
๑. เป็นวรรณกรรมประเภทนวนิยาย เนื้อหาของผลงานเขียนได้ทุกแนว เช่น อิงประวัติศาสตร์ ดราม่า หรือ โรแมนติก สืบสวน สอบสวน เหนือธรรมชาติ ฯลฯ ที่สำคัญต้องใช้ฉากการดำเนินเรื่องในประเทศไทย เพื่อให้เกิดค่านิยมในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในประเทศไทย
๒. เป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง ไม่ลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงจากเรื่องใดๆ หากมีการลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงหรือละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
๓. เป็นผลงานใหม่ที่ไม่เคยพิมพ์โฆษณาเผยแพร่มาก่อน รวมทั้งทางอินเทอร์เน็ตและหนังสือทำมือ
๔. ต้นฉบับผลงานเป็นภาษาไทย พิมพ์ลงในกระดาษเอ ๔ หน้าเดียว ตัวอักษรคอร์เดีย ยูพีซี ขนาด ๑๖ พอยท์ ช่องว่างระหว่างบรรทัด ๑๖ พอยท์ ความยาวของเรื่องไม่เกิน ๑๕-๑๘ ตอน ตอนละไม่เกิน ๘ หน้า (ความยาวทั้งหมดไม่ต่ำกว่า ๑๒๐ หน้า) จัดทำเป็นสำเนาจำนวน ๕ ชุด พร้อมแผ่นไฟล์ต้นฉบับ
๕. ระหว่างที่ส่งผลงานเข้าประกวดจนถึงประกาศผล ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องไม่ส่งผลงานเดียวกันนี้ไปประกวดหรือพิมพ์เผยแพร่ในที่ใด
๖. ผู้สร้างสรรค์ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ส่งผลงานเข้าประกวด
๗. คณะกรรมการจะไม่ส่งต้นฉบับผลงานคืน
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและตัดสิน
๑. เป็นวรรณกรรมที่มีเนื้อหาสาระไม่ขัดต่อศีลธรรม
๒. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีฉากส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในสัดส่วนที่เหมาะสมกลมกลืนกับเนื้อหาและโครงเรื่องหลัก
๓. มีสำนวนภาษาถูกต้องเหมาะสม
๔. มีอรรถรสทางบันเทิงคดีและมีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์
๕. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นยุติ
๖. คณะกรรมการสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลพร้อมเงินรางวัล หากพบว่าผู้ส่งผลงานเข้าประกวดกระทำผิดหลักเกณฑ์ด้วยวิธีใดก็ตาม
ระยะเวลาดำเนินการและการจัดส่ง
รับผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙
ประกาศผลตัดสิน ภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
การมอบรางวัล (จะกำหนดวัน เวลา และสถานที่ และแจ้งให้ผู้ชนะการประกวดทราบต่อไป)
รางวัล
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ๒ ที่นั่ง ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และที่พัก
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่ ๒ ที่นั่ง ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และที่พัก
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๒ ที่นั่ง ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และที่พัก
การเผยแพร่ผลงาน
๑. ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารสกุลไทย และผู้เขียนจะได้รับค่าตอบแทนตามที่ผู้จัดการประกวดกำหนด
๒. การจัดพิมพ์รวมเล่มผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลที่ ๒ รางวัลที่ ๓ ครั้งแรกเป็นสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เพื่อนดี ซึ่งสำนักพิมพ์จะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ตามระเบียบของสำนักพิมพ์
การส่งผลงานเข้าประกวด
ส่งผลงานโดยจัดทำเป็นสำเนา จำนวน ๕ ชุด พร้อมแผ่นไฟล์ต้นฉบับ ส่งผลงานด้วยตนเองหรือส่งไปรษณีย์ ลงทะเบียนจ่าหน้าซองถึง
กองบรรณาธิการนิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์
๕๘ ซอยนภาศัพท์ (แยกที่ ๕) ถนนสุขุมวิท ๓๖
แขวงคลองตัน เขตคลองเตย
กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐
เขียนข้อความว่า “นวนิยายส่งเข้าประกวด เที่ยว เขียน ไทย” ที่มุมซองด้านขวาล่าง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
คุณรมณา ศิริรัตน์ โทร.๐-๒๒๕๘-๕๘๖๑-๒ ต่อ ๓๐๓
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



